วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2554

การเปลี่ยนแปลงกติกาทางการตลาด โดย Greogory S. Carpenter



การเปลี่ยนแปลงกติกาทางการตลาด

โดย Greogory S. Carpenter





Insight
n. ความสามารถที่จะมองและเข้าใจได้อย่างชัดเจน, ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง, การมองทะลุ


ท่ามกลางการแข่งขันที่มีความรุนแรงมากขึ้น และ ลูกค้าก็มีความต้องการที่สลับซับซ้อนมากขึ้น องค์กรต่างๆ จึงพยายามที่จะ "เข้าไปใกล้ลูกค้าของตลาด" หรือ "มุ่งเน้นที่ความต้องการของตลาดเป็นหลัก"

องค์กรที่ใช้ กลยุทธ์การตลาดในเชิงรุก ด้วย การพบปะพูดคุยกับลูกค้า และ จัดโครงสร้างองค์กรขึ้นใหม่เพื่อให้การนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดเป็นไปอย่างรวดเร็ว ธุรกิจเหล่านี้จัดว่าอยู่ในแนวความคิดแบบดั้งเดิม คือ "นำเสนอในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ"


ถึงแม้ว่าผลประโยชน์ที่ให้กับลูกค้าจะมีมากมาย แต่การยอมรับแนวคิดทางการตลาดเช่นนี้ ได้ก่อให้เกิดผลลัพธ์บางอย่างที่ไม่เคยคาดการณ์มาก่อน

.....ผลก็คือ คู่แข่งขันต่างพยายามเข้าไปในตลาดด้วยมุมมองตลาดเหมือนเรา และ ผลิตสินค้าที่ดูไม่แตกต่างไปจากเรา


แต่ แนวทางการตลาดที่ค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปนั้นกลายเป็นสิ่งที่ท้าทาย ภาพของการตลาดเช่นนี้มีกลยุทธ์หลายกลยุทธ์ที่ถูกสร้างขึ้นมาบนข้อสมมุติที่ว่า

"ผู้ซื้อนั้นไม่ทราบว่าตนต้องการอะไร แต่ผู้ซื้อกลับเรียนรู้ในสิ่งที่ตนต้องการต่างหาก"








กติกาทางการตลาดมีความสำคัญอย่างมากต่อนักการตลาด คือ การทราบข้อมูลว่า ลูกค้ารับรู้ ประเมินคุณค่า และ ตัดสินใจเลือกตราสินค้าด้วยวิธีการเช่นไร

คู่แข่งขันทุกคนในตลาด ก็จำเป็นต้องยึดถือในกติกานี้เช่นกัน กล่าวอีกอย่างหนึ่งคือ ถ้าหากผู้ซื้อเรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองต้องการได้ การรับรู้และความชอบในตราสินค้าก็จะกลายเป็นผลลัพธ์ของกระบวนการเรียนรู้ของผู้บริโภค

เราจึงสามารถกล่าวได้ว่า กติกาทางการตลาดนั้นค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปตามการเรียนรู้ของผู้ซื้อ หรือ พูดง่ายๆก็คือ การเปลี่ยนแปลงกติกาทางการตลาดนั้น ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการที่บริษัทสอนให้ผู้ซื้อได้ทราบและจดจำด้วย....



Brand Strategies


กลยุทธ์ตราสินค้า (Brand Strategies) จึงจัดได้ว่ามีบทบาทสำคัญในการกำหนดกติกาทางการตลาด

แนวคิดใหม่ที่เกิดขึ้นได้ชี้ให้เห็นว่า การตลาดนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ ซึ่งก็คือการทำความเข้าใจว่า ผู้ซื้อทราบหรือรู้จักเรื่องราวอะไรบ้าง มีกระบวนการเรียนรู้เป็นอย่างไร ตลอดจนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ของผู้ซื้อ โดยการเข้าไปสอน หรือ ให้ข้อมูลบางอย่างแก่ผู้ซื้อ





การตลาดจึงเป็นทั้ง การตอบสนองตามแรงผลักหรือความต้องการของตลาด (Market Driven) และ ผลัก หรือ สร้างความต้องการให้เกิดขึ้นในตลาด (Market Driven)







MyAragon ธุรกิจที่รวม3เทรนด์แห่งโลกอนาคตเป็นหนึ่งเดียว
โทร.089-071-8889 คุณ อานนท์
LINE ID : jumbolife







FoodMatrix นวัตกรรมสารอาหารเพื่อสุขภาพ 

จากงานวิจัยรางวัลโนเบลปี1999

รายละเอียดเพิ่มเติม

www.VivaAragon.com






เราจะเดินไปในทิศทางใดต่อไป ? โดย Philip Kotler





เราจะเดินไปในทิศทางใดต่อไป ?
ลูกค้า คือ ธุรกิจ ( The Customer is the business)



เราจะเดินไปในทิศทางใดต่อไป ?

โดย Philip Kotler

ผมยังคงเชื่อมั่นว่า

การตลาดจะเป็นหัวใจสำคัญ ที่จะทำให้บริษัทสามารถปรับตัวในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนเป็นปัจจัยนำความสามารถในการทำกำไรของบริษัทในที่สุด

ตลาดนั้นกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ขอบเขตของอุตสาหกรรมเปลี่ยนแปลงไปจนไม่มีขอบเขตที่ชัดเจนในปัจจุบัน

บริษัทในปัจจุบันจึงจำเป็นต้องมีคลังข้อมูลสำเร็จรูปที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับ ลูกค้า คู่แข่งขัน ผู้จัดจำหน่าย และ สินค้า

บริษัทหลายแห่งเริ่มตระหนักในคำกล่าวในอดีตของปรมาจาย์ ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ ซึ่งเริ่มเป็นจริงแล้วในปัจจุบันที่ว่า


ลูกค้า คือ ธุรกิจ ( The Customer is the business)




Pretty Girl: ในงาน Chiangmai Motor Show 19th


ในที่นี้ ผมจะได้ให้แนวคิดเกี่ยวกับทิศทางการตลาดในศตวรรษที่ 21 ด้วยการ "มองย้อนไปในอนาคต" (Looking Back into the Future)

สมมติว่าปัจจุบัน คือ ปี ค.ศ.2006 การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่เกิดขึ้นในตลาด สามารถสรุปได้ดังนี้






Internet

1. คนกลางในช่องทางการตลาด อย่างเช่น ธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกได้ถูกตัดออกไปจาช่องทางการตลาดเป้นจำนวนมากอันเป็นผลมาจากพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Commerce) สินค้าทุกอย่างสามารถวางจำหน่ายในตลาดโดยไม่ต้องอาศัยร้านค้า ลูกค้าสามารถเลือกเข้าไปชมสินค้าใดๆก็ตามที่ต้องการทาง Internet สามารถอ่านรายละเอียดของสินค้า เลือกซื้อจากผู้ขายรายใดก็ได้ที่ให้ราคาและเงื่อนไขที่ดีที่สุด และ คลิกคำสั่งซื้อตลอดจนชำระเงินค่าสินค้าผ่าน Internet





b2b


2. แคตตาล็อก (Catalogue) ราคาที่มีคุณภาพการพิมพ์อย่างดีได้หายไปจากตลาด การจัดซื้อจากธุรกิจไปยังธุรกิจ (Business to Business) ผ่านช่องทาง Internet เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าการซื้อของผู้บริโภคผ่านช่องทางเดียวกัน ตัวแทนจัดซื้อสินค้าหรือวัตถุดิบของบริษัทต่างๆเลือกเข้าไปซื้อสินค้าหรือวัตถุดิบที่ต้องการทาง Internet ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปของประกาศโฆษณาแจ้งความต้องการของตนเพื่อรอผู้ขายติดต่อกลับมา หรือ เข้าไปสร้าง website ของตนเองก็เป็นได้





Experience Marketing


3. ธุรกิจค้าปลีกที่มีหน้าร้านค้าพบว่าลูกค้าเข้าร้านของตนน้อยลงอย่างมาก เจ้าของร้านค้าปลีกจำนวนมากพยายามดึงลูกค้าด้วยเสียงเพลง หรือ แม้แต่ภาพยนต์ ร้านหนังสือ ร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้าหลายแห่งในปัจจุบันได้จัดมุมหนึ่งในร้านไว้เป็นมุมพักผ่อน ดื่มกาแฟ หรือ จัดกิจกรรมใดๆของร้าน ร้านค้าเหล่านี้กำลังทำตลาด "ประสบการณ์" ให้กับลูกค้าแทนที่จะเป็นการทำตลาดที่ตัวสินค้า




Human Element

4. บริษัทส่วนใหญ่ได้สร้างฐานข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าซึ่งประกอบไปด้วย ข้อมูลเกี่ยวกับความชอบและความต้องการของลูกค้าแต่ละราย โดยที่บริษัทเหล่านี้ใช้ข้อมูลนั้นเพื่อดำเนินกลยุทธ์การตลาดสินค้าของตน "ตามสั่ง" หรือ ตามความต้องการของลูกค้ามวลรวม (Mass Customize) มีหลายบริษัทได้ on-line เสนอขายสินค้าตามรูปแบบมาตรฐานแก่ลูกค้าเพื่อให้ลูกค้าได้มีโอกาสออกแบบสินค้าตามลักษณะที่ตนต้องการ ธุรกิจรถยนต์ คอมพิวเตอร์ เครื่องใช้ในบ้าน ผลิตภัณฑ์อาหาร หลายรายเชิญชวนให้ลูกค้าเข้าไปเยี่ยมชมหน้าร้านของตนทางเวบเพจ และ ออกแบบผลิตภัณฑ์ (ซึ่งอาจจะเป็นสินค้า การบริการ ระบบ หรือ โปรแกรม) ด้วยตนเอง โดยการกรอกแบบฟอร์มที่แสดงไว้ จากนั้นผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของลูกค้าก็จะปรากฏขึ้นทางหน้าจอคอมพิวเตอร์





Our Priority Customer Service

5. บริษัทต่างๆ ล้วนมีความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าของตนได้ดีขึ้น ด้วยการค้นหาวิธีการใหม่ๆ ที่จะสามารถให้ในสิ่งที่เกินความคาดหวังของลูกค้าได้ ทำให้การหาลูกค้าใหม่ของคู่แข่งขันเป็นไปด้วยความยากลำบากมากขึ้น และบริษัทส่วนใหญ่ก็พยายามค้นหาวิธีการขายสินค้าและการบริการของตนให้กลุ่มลูกค้าเดิมที่มีอยู่มากขึ้น






Customer Share





Market Share

6. บริษัทต่างๆ กำลังให้ความสนใจกับการสร้างส่วนแบ่งลูกค้า (Customer Share) มากกว่าส่วนแบ่งตลาด (Market Share) หลายบริษัทได้คิดค้นวิธีใหม่ๆในการกระตุ้นให้ลูกค้าซื้อสินค้าในสายผลิตภัณฑ์อื่น (Cross Selling) และ สินค้าในสายผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้นไป (Up-Selling) หลายบริษัทพยายามเข้าไปในส่วนต่างๆของตลาดมากขึ้น และ ให้ความสนใจกับกลุ่มลูกค้าที่มีอยู่โดยใช้ประโยชน์จากคลังข้อมูลของตน ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นมาด้วย เทคนิคการสร้างฐานข้อมูลที่ทันสมัยขึ้นและมีประสิทธิผลมากขึ้น






Profit

7. บริษัททั้งหลายพยายามเรียกร้องและชี้แนะให้ฝ่ายบัญชีเห็นประโยชน์ของการคำนวณหาตัวเลขที่แท้จริงของความสามารถในการทำกำไรแยกตามลูกค้าแต่ละราย สินค้าแค่ละชนิดและช่องทางการจัดจำหน่ายแต่ละช่องทาง และบริษัทเหล่านี้ก็กำลังให้ความสนใจกับตัวเลขเหล่านี้อย่างมาก พยายามออกแบบโปรแกรมและสิ่งจูงใจทางการตลาดเพื่อตอบแทนลูกค้าชั้นดีที่มีความสามารถในการทำกำไรสูง






Brand Loyalty

8. บริษัทต่างๆเปลี่ยนความสนใจของตนเองจาการซื้อแลกเปลี่ยนไปสู่การสร้างความภักดีในตราสินค้าทางบริษัทแก่กลุ่มลูกค้าของตน หลายรายไปไกลถึงความคิดจะขายสินค้าของตนเองให้กับลูกค้าตลอดไป โดยบริษัทให้ข้อเสนอแก่ลูกค้าว่าจะส่งสินค้าที่ลูกค้าต้องการเป็นประจำ เช่น การแฟ ในราคาต่อหน่วยที่ต่ำลง กำไรต่อหนึ่งหน่วยที่ขายได้ของบริษัทอาจจะลดลงไปบ้าง แต่บริษัทก็ยังคงสามารถอยู๋รอดได้ เนื่องจากมีสัญญาการสั่งซื้อสินค้าในระยะยาวจากลูกค้านั่นเอง






Outsourcing


9. บริษัทส่วนใหญ่ในปัจจุบัน นิยมว่าจ้างหน่วยงานภายนอกเพื่อประกอบกิจกรรมบางอย่าง หรือ หน้าที่บางอย่างแทนตน (Outsourcing) คิดเป็นร้อยละ 60 ทีเดียว มีบางรายที่ว่าจ้างหน่วยงานภายนอกเต็มที่ร้อยเปอร์เซนต์ ทำให้บริษัทเหล่านั้นกลายเป็นบริษัทที่มีสินทรัพย์เหลือน้อยอยู่มาก ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (Rates of Return) เพิ่มขึ้นอย่างมาก






Outsourcing

10. บริษัทที่ว่าจ้างหน่วยงานภายนอกเพื่อทำงานบางอย่างแทนตนต่างประสพความสำเร็จทำให้ธุรกิจขยายตัวอย่างรวดเร็ว ในกรณีตัวอย่างของผู้ผลิตอุปกรณ์เครื่องจักรต่างๆส่วนใหญ่ชอบที่จะทำงานกับหุ้นส่วนเพียงรายเดียวที่เป็นผู้ขายวัตถุดิบให้ตนเอง และ เป็นผู้ออกแบบระบบการผลิตทั้งหมดให้ตน (เช่นระบบเบรค ระบบการจัดวางที่นั่่งในรถยนต์ เป็นต้น) บริษัทส่วนใหญ่ในปัจจุบันมักจะอยู่ในรูปของบริษัทเครือข่ายกับบริษัทอื่นๆ ที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจของตน





Franchise


11. ทีมงานขายของบริษัทจำนวนมาก มีลักษณะเป็นผู้รับสิทธิสัมปทานการขาย (Franchise) แทนที่จะเป็นพนักงานของบริษัท โดยที่บริษัทเป็นผู้จัดเตรียมอุปกรณ์เครื่องมือการขายที่ทันสมัย สนับสนุนให้มีการนำเสนอขายด้วยระบบมัลติมีเดีย และจัดเตรียมข้อเสนอและสัญญาตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย






ecommerce

12. ผู้ซื้อส่วนใหญ่ชอบที่จะพบพนักงานขายทางหน้าจอคอมพิวเตอร์มากกว่าที่จะพบในสำนักงาน การขายโดยบุคคลมีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นผ่านอิเลคทรอนิกมากขึ้นซึ่งผู้ซื้อกับผู้ขายจะมองเห็นหน้ากันได้ก็เฉพาะทางหน้าจอคอมพิวเตอร์เท่านั้น พนักงานเดนทางน้อยลง ส่งผลให้ยอดจำหน่ายตั๋วโดยสารเครื่องบินของสายการบินต่างๆลดลง พนักงายขายที่มีประสิทธิผลมากที่สุด คือ บุคคลที่มีข้อมูลครบถ้วน น่าเชื่อถือ เป็นที่ชื่นชอบของบุคคลทั่วไป และเป็นนักฟังที่ดี





Online Marketing


13. การโฆษณาผ่านสื่อมวลชนอย่างสื่อโทรทัศน์ลดลงอย่างมาก อันเป็นผลจากการที่ผู้บริโภคมีรายการโทรทัศน์ต่างๆได้รับชมถึง 500 ช่อง หนังสือพิมพ์และนิตยสารก็จะยิ่งมีน้อยลงไปอีก นักการตลาดในปัจจุบันจึงสามารถเข้าถึงตลาดเป้าหมายของตนได้อย่างมีประสิทธิผลมากขึ้นด้วยการโฆษณาผ่านนิตยสารออนไลน์เฉพาะอย่าง และข่าวสารของกลุ่มสมาชิกในเวบไซด์ด้วยกัน






Benchmarking



Benchmarking


14. บริษัทหลายแห่งสามารถรักษาความได้เปรียบในเชิงการแข่งขัน (นอกเหนือไปจาก สิทธิบัตร ลิขสิทธิ ทำเลที่เหนือกว่า ข่าวสารข้อมูลที่พร้อมมูล เป็นต้น) ผู้แข่งขันสามารถลอกเลียนแบบความได้เปรียบของบริษัทได้อย่างรวดเร็วด้วยเครื่องมือต่างๆ เช่น การใช้เกณฑ์ที่ดีที่สุดในการประเมินผลการดำเนินงาน (Benchmarking) การเปลี่ยนแปลงระบบและโครงสร้างการทำงาน (Reverse Engineering) เป็นต้น บริษัทต่างๆมีความเชื่อว่า ความได้เปรียบในเชิงการแข่งขันของตนขึ้นอยู่กับความสามารถในการเรียนรู้ได้เร็วขึ้น และเปลี่ยนแปลงตนเองได้เร็วขึ้น





Reverse Engineering



กลับมาสู่สภาพที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน กุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของธุรกิจ คือ การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การตลาดของท่านให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด บริษัทที่ประสพความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบัน ได้ทำตลาดสินค้าของคนเองให้ไปถึงยุค 2005 แล้ว


บทคัดย่อ

บริษัทที่ประสพความสำเร็จ คือ บริษัทที่สามารถจัดการกลยุทธ์การตลาดของบริษัทให้ทันสมัยหรือกฏเกณฑ์ทางการตลาดที่จะได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรในอนาคต ?










MyAragon ธุรกิจที่รวม3เทรนด์แห่งโลกอนาคตเป็นหนึ่งเดียว
โทร.089-071-8889 คุณ อานนท์
LINE ID : jumbolife







FoodMatrix นวัตกรรมสารอาหารเพื่อสุขภาพ 

จากงานวิจัยรางวัลโนเบลปี1999

รายละเอียดเพิ่มเติม

www.VivaAragon.com






ธุรกิจแห่งศตวรรษที่21 โดย J. Paul Getty



ธุรกิจแห่งศตวรรษที่21

ปัญหาชีวิตของผู้คนส่วนใหญ่

รายได้ไม่เพียงพอค่าใช้จ่าย เป็นหนี้เป็นสิน
ไม่มีเงินเก็บออม ไม่มีทรัพย์สิน
ไม่ชอบงานที่ทำ เบื่องาน
รู้สึกไม่มั่นคง ขาดหลักประกันชีวิต
ไม่มีเวลาให้ตัวเองและครอบครัว
ไม่มั่นใจในอนาคตของตนเอง
ยังไม่รู้สึกถึงความสำเร็จในชีวิตอย่างที่เคยฝัน

สถิติเป็นเรื่องจริง
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สถิติของคนถูกออกจากงานทั่วโลกเพิ่มขึ้นมากอย่างเป็นประวัติการณ์ ทั้งในระบบธุรกิจ ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ทั้งนี้เนื่องจากผลกระทบจากเศรษฐกิจ และระบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป คนที่ยังคงอยู่ต้องทำงานหนักมากขึ้น แข่งขันมากขึ้น ในขณะที่มีทางเลือกกลับมีไม่มากนัก อีกจำนวนมากที่ถูกออกจากงานต้องมองหาโอกาสทดแทน
สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชนในกรุงเทพมหานครในปี 2546 พบว่าร้อยละ 76.2 ของประชาชน มีรายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย และร้อยละ 48.3 มีหนี้สิน เฉลี่ยคนละ 200,000 บาท ในขณะที่สำนักงานสถิติแห่งชาติได้ประกาศฐานะของคนไทยปี 2545 มีรายได้เฉลี่ยประมาณเดือนละ 13,418 บาท ต่อครัวเรือน ในขณะที่หนี้สินเฉลี่ยต่อครัวเรือนสูงถึง 83,314 บาท !!!! ปัจจุบัน พ.ศ.2552 หนี้สินต่อคนเฉลี่ยทะลุหลักแสน ไปแล้ว

รายงานจากสถาบันสถิติแรงงาน
ระบุว่า คนในวัยเกษียณเมื่ออายุ 65 ปี หลังจากผ่านช่วงเวลาการทำงาน 40 ปี
1% มีฐานะร่ำรวย
4% มีเงินเก็บมากพอเลี้ยงชีวิต
3% ยังคงต้องทำงานหาเลี้ยงตัวเอง
63% ยากจน ต้องพึ่งพารัฐ ครอบครัว ญาติ มูลนิธิ
29% เสียชีวิต
มีคน เพียง 5% เท่านั้นที่มีเงินเก็บมากพอเลี้ยงชีวิตบั้นปลาย

....เราจะดำเนินชีวิต ให้แตกต่างจาก
ผู้คนส่วนใหญ่ เหล่านั้น ....ได้อย่างไร ?

ความจริงมีอยู่ว่า......‟บุคคลที่ร่ำรวยส่วนใหญ่ ถึง 76 % เป็นเจ้าของธุรกิจ”

เขาได้เรียนรู้เคล็ดลับของความสำเร็จบางอย่างที่เราไม่เคยรู้ และเขากล้าที่จะเริ่มต้นสร้างกิจการของตนเองไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่งและได้รับผลตอบแทนจากธุรกิจอย่างต่อเนื่องในระยะยาว เขาแตกต่างจากคนทำงานประจำที่ทุ่มเทสร้างความร่ำรวยให้ผู้อื่น มุ่งมั่นตื่นเช้าไปทำงาน เป็นลูกจ้างให้ดีที่สุด แล้วในที่สุดตัวเองไม่เหลืออะไร เช่นที่ J. Paul Getty กล่าวไว้ในหนังสือ “How To Get Rich” ว่า “กฎข้อแรกของความสำเร็จคือ คุณต้องทำธุรกิจเพื่อตัวเอง เพราะคุณไม่มีทางร่ำรวยได้ จากการทำงานให้คนอื่น”

ผลวิจัยพบว่า “96 % ของคนทำงานรุ่นใหม่มีความใฝ่ฝันอยากทำธุรกิจของตนเอง” แต่จริงๆ แล้วมีคนเพียงไม่ถึง 5 % เท่านั้นที่มีธุรกิจของตนเอง เพราะคิดว่าไม่มี “โอกาส” หรือรู้สึกว่ามีอุปสรรคมากมายเช่น
ไม่มีเวลา ไม่มีเงินทุน
ไม่มีพื้นฐานความรู้ทางธุรกิจ กลัวการเปลี่ยนแปลงชีวิต
กลัวล้มเหลว ครอบครัวไม่สนับสนุน

ปัญหาหลักที่พบเห็นคือการที่เราไม่เคยถูกสอนให้เรียนหนังสือเพื่อจบออกมาเป็นเจ้าของธุรกิจ ขาดมุมมองเชิงธุรกิจ แต่กลับมองเห็นวิชา ชีพที่ร่ำเรียนมาเป็นข้อจำกัด เป็นอุปสรรคในการปรับเปลี่ยนไปทำธุรกิจของตนเอง ในขณะที่มุมมองของผู้ที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจโดยทั่วไปจำเป็น ต้องมองหาโอกาสทางการตลาดและแนวโน้มธุรกิจมากกว่าความชำนาญเฉพาะ ตัวในสาขาวิชาชีพที่ร่ำเรียนมา
เพราะฉะนั้น คนส่วนใหญ่ “ได้แต่คิดอยาก” ไม่ได้เปิดโอกาสให้ตนเองเรียนรู้วิธีทำอะไรใหม่ที่แตกต่าง ไม่กล้าทำอะไรที่แตกต่าง และไม่ได้เริ่มต้นเปลี่ยนแปลง ยังคงเป็นนักโทษของงานประจำอยู่ต่อไป และค่อยๆถูกปัญหาอุปสรรคจากการใช้ชีวิตประจำวันอันเหนื่อยยาก บนถนนสายเดิมๆ บั่นทอนความฝันและแรงบันดาลใจลงไปเรื่อยๆ


Robert T. Kiyosaki เขียนไว้ในหนังสือ Rich Dad, Poor Dad ว่า

ชีวิตวนเวียนอยู่อย่างนี้.... “ กลัว – ไปทำงาน – รับเงินเดือน - กลัว ”
เรื่องจริงที่น่าตื่นเต้นของโอกาสการทำงานเพื่อตัวเอง 3 กระแสเศรษฐกิจ แนวโน้มธุรกิจในอนาคต ที่เริ่มต้นแล้วในปัจจุบัน
พอล เซน พิลเซอร์ (Paul Zane Pilzer) นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังชาวอเมริกัน
ที่ปรึกษาอดีตประธานาธิบดีอเมริกันถึง 2 สมัย และเป็นผู้ที่ได้ทำนายไว้ล่วงหน้าอย่างถูกต้องมาแล้วถึงปรากฎการณ์อันน่าระทึกใจของระบบอินเตอร์เน็ตที่เข้ามามีบทบาทอย่างมหาศาลในชีวิตประจำวันในทศวรรษที่ผ่านมา ได้กล่าวทำนายล่วงหน้าอีกครั้งหนึ่งถึง กระแสทางเศรษฐกิจ 3 กระแส แนวโน้มทางธุรกิจที่กำลังเริ่มต้นขึ้นในทศวรรษนี้อย่างเห็นได้ชัดเจน คือ

1. กระแสธุรกิจ ทำงานที่บ้าน (Home-base Business)
Robert T. Kiyosaki กล่าวไว้ในหนังสือพ่อรวยสอนลูก #2 “เงินสี่ด้าน” ถึงโอกาสการทำธุรกิจส่วนตัว 3 รูปแบบ คือ
Corporation
ธุรกิจที่คุณทำ โดยลงทุนเปิดบริษัท จัดตั้งสำนักงาน และสร้างระบบขึ้นมาเอง เป็นระบบที่เราคุ้นเคยมากที่สุด ใช้เงินลงทุนจำนวนมาก
Franchise
ธุรกิจที่คุณทำ โดยการลงทุนซื้อระบบสำเร็จรูปจากคนอื่น เปิดเป็นร้านค้ากลางชุมชน ใช้เงินลงทุนปานกลางขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจ
Network Marketing
ธุรกิจที่คุณทำ โดยการจดทะเบียนเข้าร่วมธุรกิจสำเร็จรูป เป็นระบบที่รวมธุรกิจในระบบบริษัท Corporation และ Franchise เอาไว้ด้วยกันแล้วทำให้ขนาดเล็กลง เพราะนอกจากสามารถทำเป็นธุรกิจส่วนตัวขนาดเล็กแล้ว ยังมีข้อเด่นคือได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าของ“แฟรนไชส์ส่วนตัว” ที่สามารถขยายสาขาต่อไปได้อีก การทำธุรกิจใช้เงินลงทุนเพียงเล็กน้อย
Network Marketing
คือ ระบบการทำอาชีพอิสระ / ธุรกิจส่วนตัวขนาดเล็กด้านการ ตลาดสำเร็จรูปแบบใหม่ ที่ได้พัฒนาเอาระบบการสื่อสารต่างๆ เช่น โทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์มือถือ สื่อโฆษณา ใบปลิว สื่อไปรษณีย์ ไดเร็คเมล์ และระบบ E-commerce ผ่านอินเตอร์เน็ต มาใช้เป็นเครื่องมือทำการตลาดอย่างเต็มรูปแบบ ผู้ทำธุรกิจสามารถทำงานจากที่บ้านของตนเอง หรือทุกแห่งอย่างมีอิสระ โดยไม่ต้องเดินทางไปที่ทำงานเสียเวลารถติดวันละหลายชั่วโมง ไม่ต้องมีหน้าร้าน ไม่ต้องเปิดเป็นบริษัท และไม่ต้องลงทุนตกแต่งหน้าร้าน สถานที่แต่อย่างใด เป็นระบบธุรกิจขนาดเล็กที่บ้านแบบ SOHO (Small Office Home Office) ที่ได้รับความนิยมสูงสุดอย่างหนึ่ง
ระบบธุรกิจ Network Marketing ได้รับการกล่าวขานจากนักการตลาดชั้นนำในยุคปัจจุบัน เช่น Dr. Charlds W. King ศาสตราจารย์ด้านการตลาด มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ ชิคาโก ในหนังสือชื่อ “The New Professional” , Robert T. Kiyosaki ในหนังสือชุดพ่อรวยสอนลูก “The Business School” และ Rene Reid
Yarnell ในหนังสือ “The New Entrepreneurs For the 21st Century” ว่าเป็นระบบธุรกิจ “คลื่นลูกใหม่” สำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่จะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและทรงพลัง และจะครองตลาดในศตวรรษที่ 21 ตามแนวโน้มของเศรษฐกิจใหม่ ที่ผู้คนทำงานจำนวนมากจะถูกผลักออกจากสถานภาพลูกจ้างด้วยการลดขนาดลงขององค์กรต่างๆเพื่อลดค่าใช้จ่าย โดยการทดแทนด้วยพลังอำนาจของระบบเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ที่สามารถทำงานได้มากกว่า แม่นยำกว่า ต้นทุนต่ำกว่า และปัญหาน้อยกว่า

ในขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งเป็นแรงดึงดูดจากการมุ่งหาอิสรภาพของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่เริ่มเบื่อข้อจำกัดของระบบบริษัท และเริ่มไม่มั่นใจกับความมั่นคงของงานประจำ มองหาธุรกิจของตนเองที่เริ่มต้นและทำงานง่าย ทางเลือกใหม่ที่สามารถให้ความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวมากกว่าและก้าวหน้าอย่างยั่งยืนกว่า แรงกดดันน้อยกว่า สำหรับอิสรภาพทางเวลาและอนาคตของตนเองและครอบครัว แม้ว่าจะต้องแลกกับความมีหน้ามีตาของตำแหน่ง หน้าที่การงานในบริษัทขนาดใหญ่ก็ตาม

ระบบ Network Marketing กลุ่มผู้คนทำงานในฐานะเจ้าของ ธุรกิจทุกคนโดยไม่ใช่นายจ้างลูกจ้าง โดยมีบริษัทแม่เป็นแกนหลักในการจัดการภาระพื้นฐานทางธุรกิจเช่นเดียวกับระบบแฟรนไชส์ และจัดสรรผล ตอบแทนตามผลงานของแต่ละคนอย่างยุติธรรม ในรูป Performance based compensation คนทำธุรกิจจึงสามารถทุ่มเทพลังและใช้ศักยภาพของตนเองสูงสุด เพื่อสร้างธุรกิจที่มั่นคงและสร้างผลตอบแทนแก่ตนเองสูง สุดอย่างไม่มีขีดจำกัดเช่นกัน นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายโอนเป็นมรดกให้ลูกหลานต่อไปได้ เสมือนหนึ่งการถือหุ้นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ที่มีมูลค่า เพิ่มและอัตราการเติบโต ต่อเนื่องตลอดเวลาอย่างไม่สิ้นสุด แตกต่างจากระบบบริษัท ที่มีการจ้างงานแบบนายจ้างลูกจ้าง การจ่ายผลตอบแทนจะเป็นแบบตายตัว ตกลงล่วงหน้า นายจ้างส่วนใหญ่คาดหวังผลงานสูงสุด แต่ต้องการจ่ายเงินเดือนให้ต่ำสุด เพื่อลดค่าใช้จ่าย ในขณะที่ ลูกจ้างส่วนใหญ่คาดหวังงานสบาย เงินเดือนสูง บางคนทำงานน้อยเงินเดือนสูง บางคนทำงานมาก เงินเดือนต่ำและเป็นพื้นฐานความขัดแย้งที่เป็นธรรมชาติ และบั่นทอนศักยภาพของผู้คนส่วนหนึ่ง

จากเดิมที่ Network Marketing เคยถูกเข้าใจว่าเป็นธุรกิจขาย ตรงแบบ Door to Door หรือเคาะประตูขายสินค้าตามบ้าน เป็นที่หวั่นเกรงของคนจำนวนมากที่ไม่ชอบงานขาย ในลักษณะที่ต้องง้อคนซื้อ หรือบังคับซื้อ รวมทั้งบางคนที่ยังไม่เข้าใจเอาไปปะปนกับ ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ ซึ่งแท้จริงแล้วต่างกันแบบคนละขั้วเลยทีเดียว ปัจจุบันรูปแบบธุรกิจ Network Marketing ได้ถูกปฏิวัติและเปลี่ยนแปลงไปเป็นระบบธุรกิจยุคใหม่ที่ทรงประสิทธิภาพด้วยระบบการสื่อสารทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่เป็นกระบวนการนำพาผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภค ดำเนินการผ่านระบบสื่อสารเทคโนโลยี คนรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งได้เริ่มต้นเข้าสู่ธุรกิจของตนเองโดยการเรียนรู้ และทำความเข้าใจระบบการตลาดนี้ และนำเอานวัตกรรมสมัยใหม่ทางเทคโนโลยีการสื่อสารอินเตอร์เน็ตและอีคอมเมอร์ส (E-Commerce) เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือในการทำธุรกิจที่ทรงประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และกว้างขวาง อย่างไม่มีอาณาเขต พร้อมกับการสร้างรายได้มหาศาลจากธุรกิจ
มีคนเข้าสู่ธุรกิจ 8,000 คน/วัน หรือประมาณ 1 คน ทุก 11 วินาที
-U.S. Figures Success Magazine

2. กระแสธุรกิจผ่านสื่อสารเทคโนโลยี / อินเตอร์เน็ต (E-commerce)

ปรากฎการณ์ของคลื่นทางสื่อสารเทคโนโลยีและสารสนเทศที่ถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง รวดเร็ว และต่อเนื่องทั่วโลก เปลี่ยนแปลงระบบทางเศรษฐกิจไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งในระบบการทำงานของสำนักงาน การมีอุปกรณ์เทคโนโลยีทดแทนคน การจัดระบบฐานข้อมูลธุรกิจยุคใหม่ การสื่อสารที่ใช้เวลาชั่วพริบตา ระบบการจัดส่งสินค้า และการติดตามดูแลลูกค้าที่เปลี่ยน แปลงไป ไม่เพียงเท่านี้ ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย นับจาก เครื่องมือเครื่องใช้ทางเทคโนโลยีในบ้าน ระบบการสื่อสาร โทรศัพท์มือถือ SMS คอมพิวเตอร์ขนาดพกพา ฯลฯ มีคำกล่าวว่า เทคโนโลยีวันนี้ เพียงแค่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นเอง

บิลล์ เกตส์ แห่งไมโครซอฟท์ ได้กล่าวเฉพาะถึงระบบอินเตอร์เนตไว้ว่า
“อินเตอร์เน็ตเปรียบเสมือนคลื่นน้ำที่ถาโถมเข้ามา ใครไม่เรียนรู้การว่ายน้ำจะจมน้ำตาย ใครที่ต่อต้านจะพ่ายแพ้ และโอกาสทางผลประโยชน์จากอินเตอร์เน็ตในวันข้างหน้าจะยิ่งใหญ่กว่าที่ผมได้รับเสียอีก”


และแน่นอนที่สุด ปรากฎการณ์นี้ได้สร้างผลกระทบในเชิงบวก และลบต่อชีวิตการทำงานของผู้คน ในด้านลบ กลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งจะถูกผลักออกจากระบบเศรษฐกิจใหม่จากการถูกแทนที่ด้วยระบบเทคโนโลยี ทำให้ตกงานและเกิดปัญหารายได้ค่าครองชีพ แต่ในขณะเดียวกันทำให้เกิดโอกาสในด้านบวก ถ้าหากทุกคนเรียนรู้และคว้าโอกาส นี่กลับจะเป็นโอกาสที่ระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่สามารถให้ได้มากมายเหลือคณานับ โดยการจัดตั้งธุรกิจส่วนตัวที่มีพื้นฐาน การทำงานด้วยสื่อสารและเทคโนโลยี อาจกล่าวได้ว่า บทบาทหลักของอินเตอร์เน็ตในธุรกิจมี 4 ประการ คือ
2.1 ใช้ในด้านการสื่อสาร (Communication source) อินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องมือสื่อสารที่ทรงพลังมาก รวดเร็วชั่วพริบตา มีต้นทุนราคาที่ถูกกว่าการสื่อสารชนิดอื่นๆ รวมทั้งมีความหลาก หลายในการใช้งานทั้งภาพและเสียง
2.2 ใช้เป็นแหล่งข้อมูลธุรกิจ (Business enrichment resource)
ธุรกิจขนาดเล็กในสหรัฐอเมริกา
80% ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นแหล่งสืบค้นข้อมูลธุรกิจ, กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และคู่ค้า
65% ใช้สืบค้นธุรกิจอื่นๆ
10% ใช้เป็นศูนย์ฝึกอบรมพนักงาน (Online training)
2.3 ใช้เป็นแหล่งปฏิบัติการธุรกิจ (Business operation resource)
ใช้ในการทำการตลาดเช่น E-marketing, สื่อสารและประชาสัมพันธ์ธุรกิจเป็นแหล่งการซื้อและขายผลิตภัณฑ์หรือบริการ ซึ่งเป็นสำนัก งานเสมือนที่มีต้นทุนต่ำและไม่มีข้อจำกัดของอาณาเขต นอกจากนี้ยังช่วยจัดการระบบการจ่ายเงินและบัญชีผ่านธนาคาร ทำให้กระบวนการทำงานสะดวกสบายขึ้น
2.4 ใช้เป็นเครื่องมือลูกค้าสัมพันธ์ (Customer relation tool)
กระบวนการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ถือเป็นสิ่งสำคัญ ที่ต้องกระทำอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องเพื่อรักษาลูกค้าระยะยาว การสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ตเป็นวิธีที่ง่าย รวดเร็ว และต้นทุนต่ำ

กล่าวโดยทั่วไป แม้ว่าในประเทศไทย ระบบการสื่อสารอินเตอร์ เน็ตจะยังไม่ก้าวหน้าเท่าประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่แนวโน้มการเจริญเติบเป็นคลื่นใหญ่ที่เห็นได้อย่างชัดเจน และแน่นอน เวลานี้ เป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับการเริ่มต้น

3. กระแสธุรกิจ ด้านความเป็นอยู่ที่ดี (Wellness Industry)

พอล เซน พิลเซอร์ กล่าวไว้ในหนังสือ “The Wellness Revolution : How to Make a Fortune in the Next Trillion Dollar Industry” ว่า กระแสของผู้คนทั่วโลกที่หันมาใส่ใจสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในปัจจุบัน สามารถคาดการณ์ได้ว่า ธุรกิจด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี จะเป็นธุรกิจที่มาแรงที่สุด ในช่วงทศวรรษนี้ จะมีมูลค่าถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และจะสร้างความร่ำรวยมหาศาลแก่คนที่เข้าสู่ธุรกิจนี้ องค์การอนามัยโลก ได้ประมาณการณ์ไว้ล่าสุดว่า ปัจจุบันมีพลโลกที่อ้วนมากถึง 300 ล้านคน และอาจเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ใน 20 ปีข้างหน้า สาเหตุเนื่องจากการปรับเปลี่ยนของ นิสัยการกินอยู่ วิถีชีวิต และการงาน ถือเป็นโรคภัยใหญ่ที่สุดของศตวรรษ !!!
น.ส.พ.ไทยรัฐ 7 มิถุนายน 2544
หันมามองดูปัญหาสุขภาพความเป็นอยู่ที่น่าตกใจของคนไทย70% ของปัญหาสุขภาพ และโรคภัยไข้เจ็บไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค แต่เกิดจากภาวะโภชนาการบกพร่องทั้งในวัยเด็กและผู้ใหญ่สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ และภาวการณ์บีบรัดทางเศรษฐกิจ ทำให้คนไทยมีสุขภาพเสื่อมลง กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า
ในปี 2543 คนไทยเสียชีวิตด้วยโรคเรื้อรังที่ไม่ใช่เชื้อโรค
อันดับที่ 1 ได้แก่ โรคมะเร็ง
อันดับที่ 2 ได้แก่ โรคหัวใจ
อันดับที่ 3 ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง
อันดับที่ 4 ได้แก่ โรคเบาหวาน
คนไทยเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ และหลอดเลือดเฉลี่ยชั่วโมงละ 7 คน
น.ส.พ. คมชัดลึก 3 มิถุนายน 2545


ผลการสำรวจภาวะโภชนาการแห่งชาติในประเทศไทย
ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา
ปี 2529 คนไทยมีภาวะโรคอ้วน 14.3%
ปี 2538 คนไทยมีภาวะโรคอ้วน 29.9%(มีอัตราเพิ่ม 109.1%)
คาดว่าจะมีผลสำรวจในปี 2548 อีกครั้งหนึ่ง และหากประเมินจากอัตราเพิ่มที่เท่าเดิมคือ 109.1% คนไทยจะมีภาวะโรคอ้วนถึง 62%
น.ส.พ.เดลินิวส์ 16 สิงหาคม 2544


และปัญหาจากโรคอ้วนนี้เอง นอกจากจะมีผลด้านจิตใจและความ รู้สึกแล้ว ยังเป็นต้นเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพมากมายตามมาด้วยโรคเรื้อรังที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดอุดตัน โรคเบาหวาน โรคข้อเสื่อมก่อนวัย ระบบหายใจผิดปกติ ฯลฯ
ปรากฎการณ์เหล่านี้ เป็นที่ตระหนัก และชักนำให้คนไทยเริ่มใส่ใจ ดูแลรักษาสุขภาพเพื่อมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี อายุยืนยาวมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นแนวทางป้องกัน ทั้งด้านการเลือกรับประทาน อาหารปลอดสารพิษปนเปื้อน ชีวจิต อาหารสมุนไพรสำเร็จรูป และการออกกำลังกาย ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพ ความเป็นอยู่ที่ดี จึงเป็นที่ต้องการของตลาด และมีการขยายตัวของตลาดอย่างมากในปัจจุบันนี้ เป็นการตอกย้ำคำทำนายของ Paul Zane Pilzer ของโอกาสทางธุรกิจแนวสุขภาพความเป็นอยู่ที่ดีที่แท้จริง และกำลังชัดเจนมากขึ้นตามลำดับ นับเป็นโอกาสแห่งความสำเร็จอย่างสูงสุดอีกประการหนึ่งที่จะทำธุรกิจตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นอุตสาหกรรมมูลค่า 1,000,000 ล้านดอลล่าห์สหรัฐในปี 2010

บทสรุป รูปแบบการทำงานในอนาคต


ผลกระทบของกระแสเศรษฐกิจใหม่ มีพลังที่อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในสังคม และมีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนได้มากมาย นับตั้งแต่ค่าครองชีพที่ไต่ระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สภาพแวดล้อมการทำงานที่กดดันด้วยความจำเป็นที่ต้องสร้างผลงานมากขึ้น ใช้เวลาทำงานแทบไม่มีวันหยุด แข่งขันกันเพื่อความอยู่รอดมากขึ้น ค่าใช้จ่ายต่อรายได้ที่ไม่สมดุลด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตของสังคมบริโภคมากขึ้น การแพร่กระจายการใช้บัตรเครดิตและหนี้บัตรเครดิตที่เพิ่มขึ้น สภาพการเดินทางจราจรที่ผลาญเวลาประจำวัน จนไม่มีเวลาให้ครอบครัว ลูก และตัวเอง คุณภาพชีวิตที่ตกต่ำลง
บ่อยครั้งที่ผู้คนในสังคมเหมือนตกอยู่ในสภาพสนามแข่งหนู ที่แทบจะไม่มีเวลาหยุดคิดถึงชีวิตของตนเองในอนาคตอย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจใหม่ คงไม่นำมาเฉพาะสภาพที่ตกต่ำลงเสมอไป เราได้พบเห็นบุคคลมากมายที่มองหาหนทางและพร้อมที่จะออกจากสนามแข่งหนู บุคคลที่พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของตนเองโดยอาศัยโอกาสของการปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
รูปแบบการทำงานของสภาพสังคมใหม่ดังกล่าว สอดคล้องกับแนวกระแสเศรษฐกิจใหม่ 3 กระแสที่กำลังเกิดขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งในบทบาทของอีคอมเมอร์สที่กำลังยึดครองตลาดในสหรัฐอเมริกา และเริ่มหลั่งไหลเป็นลักษณะโลกาภิวัฒน์ไปทั่วโลก เป็นธุรกิจที่ไร้พรมแดน ในประเทศไทยเอง เราเห็นรูปแบบการทำงานแบบสำนักงานขนาดเล็ก SOHO (Small Office Home Office) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมากมายที่มีคนทำงานเป็นเจ้าของธุรกิจเพียง 1-2 คน แต่สามารถทำธุรกรรมทั่วโลก สร้างรายได้มหาศาล โดยอาศัยระบบการค้าขายบนเครือข่าย หรือธุรกรรมอินเตอร์เน็ต ในสภาพการทำงานอิสระ และด้วยนวัตกรรมความเจริญเติบโตก้าวหน้าดังกล่าว เป็นผลต่อเนื่องที่ก่อให้เกิดกระแสธุรกิจทำงานจากที่บ้านหรือสำนักงานขนาดเล็กติดตามมาอย่างมากมายหลากหลายรูปแบบที่ช่วยให้การเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวเป็นเรื่องง่ายขึ้น และผลักดันให้กระแสธุรกิจทำงานที่บ้านเติบโตอย่างรวด เร็วทั่วโลก
กระแสเศรษฐกิจอีกกระแสหนึ่งที่กล่าวถึงข้างต้น คือกระแส ธุรกิจสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี อาจกล่าวได้ว่า สภาพสังคมแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ที่ผ่านมาคุณภาพชีวิตของผู้คน ตกต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งด้านมลภาวะทางอากาศ คุณภาพอาหารการกิน เวลาการผ่อนคลายทางอารมณ์ และการออกกำลังกาย เป็นผลให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บตามมามากมาย กลุ่มโรคเหล่านี้ล้วนเกิดจากสาเหตุที่คล้ายคลึงกันและสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่อง นี่อาจกำลังเป็นจุดเปลี่ยนและจังหวะเวลาของสังคมที่กำลังมองหาทางออก เราสามารถเห็นได้จากหลายธุรกิจที่มุ่งแนวทางด้านสุขภาพมากขึ้นทุกวัน ไม่เฉพาะแต่ด้านการรักษาพยาบาลเมื่อเกิดการเจ็บป่วย (Cure) ซึ่งปัจจุบันเรียกว่าอุตสาหกรรมความเจ็บป่วย Sickness Industry แต่ตลาดที่เติบโตมากยิ่งกว่า คืออุตสาหกรรมความเป็นอยู่ที่ดี ที่เรียกว่า Wellness Industry ศัพท์ที่ได้รับการบัญญัติใหม่ เพื่อมุ่งเจาะจงถึงอุตสาหกรรมของการเฝ้าระวังดูแลสุขภาพก่อนการเจ็บป่วย อันเป็นแนวทางเพื่อป้องกัน (Prevention) ไม่ให้เกิดการเจ็บป่วยขึ้นโดยเฉพาะ

และทั้ง 3 กระแสเศรษฐกิจดังกล่าว คือพลัง 3 ประสานที่กำลังเชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างมีนัยสำคัญที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่ เป็นปรากฏการณ์ขับเคลื่อนที่รุนแรง หากมองดูในภาพรวมแล้ว โอกาสทางธุรกิจอันยิ่งใหญ่ในระยะเวลาอันใกล้นี้ หนีไม่พ้นไปจากกรอบกระแสเศรษฐกิจดังกล่าว ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง
พอล เซน พิลเซอร์ (Paul Zane Pilzer) ได้ทำนายไว้ว่า กระแสทางเศรษฐกิจทั้ง 3 กระแสนี้จะรวมเป็นหนึ่งเดียว และ เป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอีกครั้งหนึ่งของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่รู้จักมองหาโอกาสทำธุรกิจมากกว่ายึดติดการทำงานตามสายวิชาชีพที่ร่ำเรียนมา ผู้คนจะเริ่มก้าวสู่ธุรกิจขนาดเล็กของตนเองตามกระแสเศรษฐกิจทั้ง 3 กระแสนี้

แล้วคุณล่ะคุณอยู่ในกลุ่มใด







MyAragon ธุรกิจที่รวม3เทรนด์แห่งโลกอนาคตเป็นหนึ่งเดียว
โทร.089-071-8889 คุณ อานนท์
LINE ID : jumbolife







FoodMatrix นวัตกรรมสารอาหารเพื่อสุขภาพ 

จากงานวิจัยรางวัลโนเบลปี1999

รายละเอียดเพิ่มเติม

www.VivaAragon.com