แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไขมันในเลือดสูง ldl hdl Cholesterol คอเลสเตอรอล น้ำองุ่นสกัดเข้มข้น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไขมันในเลือดสูง ldl hdl Cholesterol คอเลสเตอรอล น้ำองุ่นสกัดเข้มข้น แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2554

ทำอย่างไรเมื่อไขมันในเลือดสูง (2)



ทำอย่างไรเมื่อไขมันในเลือดสูง (2)

การปฏิบัติตัวเพื่อลดปริมาณไขมันในเลือด ทำได้โดยการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย


การออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยเพิ่มระดับเอชดีแอล คอเลสเตอรอล รวมทั้งช่วยลดแอลดีแอล คอเลสเตอรอล และ ไตรกลีเซอไรด์

ข้อแนะนำในการออกกำลังกาย คือ จะต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ วันละอย่างน้อย 20-40 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน ออกกำลังกายแต่ละครั้งให้นานพอและหนักพอ แต่อย่าหักโหมเกินกำลัง

ควรออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับปอด หัวใจ หลอดเลือด และการไหลเวียนของเลือด ได้แก่ การเดิน วิ่ง ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิก ขี่จักรยาน รำมวยจีน รำกระบอง โดยเลือกให้เหมาะกับสภาพร่างกายและความถนัดของแต่ละบุคคล

ส่วนการควบคุมอาหารเพื่อลดไขมันในเลือด สามารถทำได้โดย

- หลีกเลี่ยงอาหารที่ปรุงด้วยน้ำมัน หรือใช้น้ำมันพืชแทนน้ำมันสัตว์ น้ำมันพืชที่สกัดจากเมล็ดพืชจะมีกรดไลโนเลอิก ที่เป็นตัวนำคอเลสเตอรอลไปเผาผลาญได้ดี
- หลีกเลี่ยงน้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูง เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว กะทิ รวมทั้งไขมันปรุงแต่ง
- หลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนประกอบของเนื้อสัตว์ที่มีมันสัตว์ติดอยู่มาก เช่น หมูสามชั้น หมูกรอบ เบคอน ไส้กรอก กุนเชียง
- หลีกเลี่ยงหนังสัตว์ทุกชนิด ยกเว้นหนังปลาบางๆ เช่น หนังปลาทู หนังปลาสลิด หนังปลาช่อน
- หลีกเลี่ยงเครื่องในสัตว์ ไข่แดง อาหารทะเลบางชนิด เช่น ปลาหมึก หอยนางรม
- หลีกเลี่ยงขนมหวาน โดยเฉพาะที่มีส่วนผสมของเนย นม กะทิ ไข่แดง เช่น เค้ก คุกกี้ ขนมอบต่างๆ ไอศกรีม สังขยา หม้อแกง แกงบวดต่างๆ
- ลดอาหารจำพวกแป้ง
- รับประทานเนื้อปลา แต่ควรหลีกเลี่ยงไข่ปลา พุงปลา ซึ่งมีคอเลสเตอรอลสูง
- ดื่มนมพร่องมันเนยแทนนมที่มีไขมันเต็มส่วน รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากนมก็ควรเลือกที่มีไขมันต่ำ
- เพิ่มอาหารพวกผักใบต่างๆ และผลไม้ที่มีกากใย เช่น ผักคะน้า ผักกาด ฝรั่ง ส้ม ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมไขมันน้อยลง

การเลือกวิธีประกอบอาหารและส่วนผสมที่เหมาะสม ก็ช่วยลดปริมาณไขมันในเลือดได้ เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการประกอบอาหารต่อไปนี้อาจช่วยคุณได้
- ก่อนประกอบอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ควรตัดส่วนที่เป็นหนังและไขมันออกก่อน
- หลีกเลี่ยงการประกอบอาหารด้วยการชุบแป้งทอด ซึ่งจะทำให้อมน้ำมัน
- เปลี่ยนแปลงการปรุงอาหารเป็น ต้ม ลวก นึ่ง อบ ย่าง ยำ แทนการทอดหรือผัด
- ควรย่างเนื้อสัตว์บนตะแกรง เพื่อให้น้ำมันหยดออกได้ และหลีกเลี่ยงการทาเนยหรือกะทิระหว่างย่าง
- หากจำเป็นต้องทอด ควรเลือกใช้กระทะที่ไม่ติดอาหาร โดยใช้น้ำมันให้น้อยที่สุด
- หากจะทำแกงกะทิ อาจใช้นมพร่องไขมันแทนกะทิ หรือเปลี่ยนเป็นแกงป่า ซึ่งไม่ใส่กะทิแทน
- อาหารประเภทอบ ให้ใช้เนย นม ที่มีไขมันต่ำ หรือลดปริมาณเนย นม ที่ต้องใช้ลงจากปกติ ใช้ไข่แดงเป็นส่วนผสมให้น้อยที่สุด
- ซุปข้น ที่ต้องใช้ไขมันเป็นส่วนประกอบ ให้เปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทไขมันต่ำหรือใช้แป้งข้าวโพดแทน เมื่อต้องการให้ซุปข้น
- ซุปใส นำไปใส่ในตู้เย็น ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วตักส่วนที่เป็นไขมันออก
- รับประทานสลัด โดยตักน้ำสลัดราดหรือจิ้มทีละน้อย
- ลดปริมาณการใช้น้ำตาล เกลือ กะทิ เนย แล้วเพิ่มรสชาติด้วยเครื่องเทศแทน
- เพิ่มรสชาติอาหารด้วยสมุนไพร เช่น รากผักชี กระเทียม พริกไทย ใบมะกรูด ขิง ข่า กระชาย

นอกจากนี้ ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์ ซึ่งจะสะสมเป็นไขมันไตรกลีเซอไรด์ได้ รวมทั้งงดบุหรี่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มเอชดีแอล คอเลสเตอรอล ส่วนผู้ที่มีน้ำหนักเกิน ควรพยายามลดน้ำหนักตัว

สำหรับการใช้ยาลดระดับไขมันในเลือด เพื่อควบคุมระดับคอเลสเตอรอล ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ ซึ่งจะใช้ในกรณีที่การควบคุมอาหารและการออกกำลังกายไม่ได้ผลเป็นที่น่าพอใจเท่านั้น


บทความที่เกี่ยวข้อง

ทำอย่างไรเมื่อไขมันในเลือดสูง (1)






วีว่าพลัส VIVA plus น้ำองุ่นสกัดเข้มข้น ค่าต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุดในโลก

วีว่าพลัส VIVA plus น้ำองุ่นสกัดเข้มข้น ค่าต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุดในโลก   

FoodMatrix นวัตกรรมสารอาหารเพื่อสุขภาพ 
จากงานวิจัยรางวัลโนเบลปี1999
















ธุรกิจ AragonWorld 54
ช่องทางสู่อิสระภาพทางการเงินและเวลา
ที่ทันสมัยที่สุด!!! ในเวลานี้...
เน็ตเวิร์คมาร์เก็ตติ้ง ที่รวม3เทรนด์แห่งศตวรรษ เป็นหนึ่งเดียว..คลิ๊ก!!!


ทำอย่างไรเมื่อไขมันในเลือดสูง (1)




ภาวะไขมันในเลือดสูง เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หลอดเลือดตีบตัน การเริ่มป้องกันหรือรักษาตั้งแต่อายุประมาณ 35-40 ปี จะช่วยลดการเกิดโรคหัวใจและโรคอัมพาตได้อย่างมาก


มีหลายปัจจัยที่ทำให้ไขมันในเลือดสูง สาเหตุหลักคือการรับประทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลและกรดไขมันอิ่มตัวสูง น้ำตาล แอลกอฮอล์ บุหรี่ ความอ้วน และขาดการออกกำลังกาย นอกจากนี้โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และกรรมพันธุ์ ก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไขมันในเลือดสูงได้

ไขมันในเลือดมีอยู่หลายชนิด ที่สำคัญได้แก่

1.คอเลสเตอรอล (Cholesterol) เป็นส่วนประกอบของเซลล์ต่างๆ โดยเฉพาะเซลล์สมอง แต่หากมีไขมันคอเลสเตอรอลมากเกินไป ไขมันเหล่านี้จะไปสะสมอยู่ตามผนังหลอดเลือดแดงทั่วร่างกาย เช่น หลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดที่ไต ไม่เว้นแม้แต่อวัยวะเพศ เมื่อเกิดการตีบตันของหลอดเลือด ก็จะทำให้อวัยวะนั้นๆ ขาดเลือดไปเลี้ยง เกิดอาการต่างๆ ตามมา เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหัวใจ รวมไปถึงการหย่อนสมรรถภาพทางเพศในผู้ชาย

ไขมันคอเลสเตอรอล แบ่งแยกย่อยๆ ได้อีก 2 ชนิด คือ

1.1.แอลดีแอล คอเลสเตอรอล (Low Density Lipoprotein Cholesterol) หรือคอเลสเตอรอลชนิดร้าย มีบทบาทสำคัญในการสะสมที่ผนังหลอดเลือดแดง ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดแข็งและหลอดเลือดตีบตัน ไขมันชนิดนี้ร่างกายสร้างขึ้นเองส่วนหนึ่ง และมาจากอาหารที่มีไขมันสูง โดยเฉพาะไขมันจากสัตว์

1.2.เอชดีแอล คอเลสเตอรอล (High Density Lipoprotein Cholesterol) หรือคอเลสเตอรอลชนิดดี ที่ช่วยขนถ่ายคอเลสเตอรอลที่สะสมอยู่ออกมาทำลาย จึงช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ไขมันชนิดนี้ร่างกายสร้างขึ้นเอง หากยิ่งมีมากจะยิ่งเป็นผลดี โดยจะมีมากขึ้นในผู้ที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
แอลดีแอล คอเลสเตอรอล
2.ไขมันไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) เป็นไขมันอีกชนิดหนึ่งที่มาจากอาหารร่วมกับร่างกายสร้างขึ้น ไตรกลีเซอไรด์เป็นแหล่งพลังงานสำคัญของร่างกาย โดยอาหารพวกแป้งและน้ำตาล รวมทั้งโปรตีนที่เหลือใช้ จะถูกเปลี่ยนเป็นไตรกลีเซอไรด์ และถูกเก็บสะสมไว้ที่ชั้นไขมัน เพื่อเป็นพลังงานสำรอง นอกจากนี้ไตรกลีเซอไรด์ยังช่วยดูดซึมวิตามินเอ ดี อี เค อาหารที่มีไตรกลีเซอไรด์สูง ได้แก่ ไขมันจากสัตว์ มีข้อมูลบ่งชี้ว่าการมีไขมันชนิดนี้สูง เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่อ้วน เป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และมีระดับเอชดีแอล คอเลสเตอรอลต่ำ

อันตรายที่เกิดจากภาวะไขมันในเลือดสูง ก็คือ ไขมันส่วนเกินจะไปตกตะกอนตามผนังของเส้นเลือด ทำให้ผนังเส้นเลือดหนาและแข็ง ทำให้หลอดเลือดตีบตันได้ง่าย ถ้าเป็นเส้นเลือดที่หัวใจ จะทำให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือด ถ้าเป็นเส้นเลือดที่เลี้ยงสมอง จะทำให้เกิดอัมพาต หรือถ้าเลือดไปเลี้ยงบริเวณขาไม่พอ ก็จะทำให้เวลาเดินแล้วปวดน่อง ส่วนภาวะไตรกลีเซอไรด์สูง จะทำให้ตับอ่อนอักเสบ เป็นต้น

ความจริงแล้วไขมันในเลือดสูงไม่ได้ทำให้เกิดอาการ อาการต่างๆ เป็นผลมาจากการตีบตันของหลอดเลือดแดง ซึ่งต้องใช้เวลาหลายปี การสะสมของไขมันในผนังหลอดเลือดแดงเริ่มพบได้ตั้งแต่วัยรุ่น




ระดับไขมันในเลือดสูงเท่าไรจึงจะเป็นอันตราย


ระดับคอเลสเตอรอลน้อยกว่า 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
ระดับไตรกลีเซอไรด์น้อยกว่า 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
ระดับเอช ดี แอลมากกว่า 40 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
ระดับแอล ดี แอลน้อยกว่าหรือเท่ากับ 130 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร


แต่ในทางการแพทย์ วิธีสำรวจว่าระดับไขมันในเลือดสูงหรือไม่ จะเทียบกับค่าระดับแอลดีแอล คอเลสเตอรอลที่พึงปรารถนา ซึ่งค่าดังกล่าวขึ้นอยู่กับว่าเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจหรือเป็นโรคเบาหวานหรือไม่
ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องคำนึงในการจัดระดับแอลดีแอล คอเลสเตอรอลที่พึงปรารถนา มีอยู่ 6 ประการ คือ
1.อายุ (ชายเกิน 45 ปี หญิงเกิน 55 ปี)
2.มีคนในครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจก่อนวัยอันควร (ชายก่อนอายุ 55 ปี หญิงก่อนอายุ 65 ปี)
3.ความดันโลหิตสูง
4.โรคเบาหวาน
5.สูบบุหรี่
6.ค่าเอชดีแอล คอเลสเตอรอล น้อยกว่า 40 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร




เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ หรือเป็นโรคเบาหวานควรน้อยกว่า 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
ไม่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคเบาหวาน
แต่มีปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ 2 ข้อขึ้นไป
ควรน้อยกว่า 130 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
ไม่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคเบาหวาน
และมีปัจจัยเสี่ยงน้อยกว่า 2 ข้อ
ควรน้อยกว่า 160 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร


บทความที่เกี่ยวข้อง

ทำอย่างไรเมื่อไขมันในเลือดสูง (2)

http://jumbolifeschool.blogspot.com/2011/09/2.html







วีว่าพลัส VIVA plus น้ำองุ่นสกัดเข้มข้น ค่าต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุดในโลก

วีว่าพลัส VIVA plus น้ำองุ่นสกัดเข้มข้น ค่าต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุดในโลก   

FoodMatrix นวัตกรรมสารอาหารเพื่อสุขภาพ 
จากงานวิจัยรางวัลโนเบลปี1999


















ธุรกิจ AragonWorld 54
ช่องทางสู่อิสระภาพทางการเงินและเวลา
ที่ทันสมัยที่สุด!!! ในเวลานี้...
เน็ตเวิร์คมาร์เก็ตติ้ง ที่รวม3เทรนด์แห่งศตวรรษ เป็นหนึ่งเดียว..คลิ๊ก!!!