แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิธีคิด มั่งคั่ง ไขความลับ สมองเงินล้าน T. Harv Eker มิลเลี่ยนแนร์มายด์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิธีคิด มั่งคั่ง ไขความลับ สมองเงินล้าน T. Harv Eker มิลเลี่ยนแนร์มายด์ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

T. Harv Eker 17 วิธีคิดสู่ความมั่งคั่ง ตอนที่2 : คนรวยเล่นเกมการเงินเพื่อเอาชนะ คนจนเล่นเกมการเงินเพื่อไม่ให้แพ้


17 วิธีคิดสู่ความมั่งคั่ง ตอนที่2 : คนรวยเล่นเกมการเงินเพื่อเอาชนะ คนจนเล่นเกมการเงินเพื่อไม่ให้แพ้

คนรวยเล่นเกมการเงินเพื่อเอาชนะ
คนจนเล่นเกมการเงินเพื่อไม่ให้แพ้

ถ้าคุณเล่นกีฬาหรือเกมอะไรก็ตามโดยเอาแต่ตั้งรับ คุณจะมีโอกาสชนะในเกมนั้นมากแค่ไหน? คนส่วนใหญ่คงเห็นพ้องต้องกันว่าโอกาสคงมีอยู่เพียงน้อยนิดหรือไม่ก็เป็นไปไม่ได้เลย

เป้าหมายที่แท้จริงของคนรวยคือการมีฐานะอันมั่งคั่งและมีเงินทองเหลือกินเหลือใช้ พวกเขาไม่ได้อยากมีเงินแค่พอใช้ แต่อยากมีเงินจำนวนมหาศาล

แล้วเป้าหมายของคนจนล่ะ?
พวกเขาอยาก "มีเงินพอสำหรับจ่ายใบแจ้งหนี้ต่างๆ ...และถ้าจ่ายได้ตรงเวลาด้วยยิ่งเป็นเรื่องปาฏิหารย์!"


เมื่อคุณตั้งใจให้มีเงินแค่พอจ่ายใบแจ้งหนี้ คุณก็จะมีเงินเท่านั้นจริงๆ...แค่พอสำหรับจ่ายเงินจำนวนนั้น ไม่ขาดและไม่เกินมาสักเซ็นต์

พวกชนชั้นกลางดีกว่านิดหน่อย...อย่างน้อยก็หนึ่งขั้น แต่เป็นเพียงระดับขั้นเล็กๆ พวกเขาดันเลือกคำๆหนึ่งมาเป็นเป้าหมายหลักในการดำเนินชีวิต คำๆนั้นคือคำว่า "อยู่อย่างสบาย"

ขอบอกว่าการอยู่อย่างสบายกับการเป็นคนรวยนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน อันที่จริงคนมีฐานะปานกลางมักเลือกอาหารโดยพิจารณาจากฝั่งขวาของเมนู...หรือที่เรียกว่าการสั่งโดยดูราคาเป็นหลักนั่นเอง เมื่อคุณมีฐานะปานกลาง คุณจะไม่กล้าทอดสายตามองส่วนล่างสุดของเมนู เพราะถ้าทำอย่างนั้น คุณอาจเห็นสุดยอดคำต้องห้ามในพจนานุกรมของชนชั้นกลาง นั่นคือคำว่า "ราคาตามน้ำหนัก!"

หนึ่งในเรื่องที่ดีที่สุดของการเป็นคนรวยคือผมไม่จำเป็นต้องดูราคาอาหารในเมนูก่อนจะสั่ง ผมกินสิ่งที่ผมอยากกินได้โดยไม่ต้องสนว่าราคาเท่าไหร่ ผมยืนยันได้เลยว่า ผมทำอย่างนั้นไม่ได้ ตอนที่ผมถังแตกหรือมีฐานะปานกลาง

เราจะได้ในสิ่งที่เป็นความมุ่งหมายที่แท้จริงของเรา ถ้าคุณอยากรวย เป้าหมายของคุณต้องเป็นความร่ำรวย ไม่ใช่แค่มีเงินพอจ่ายใบแจ้งหนี้และไม่ใช่แค่พออยู่ได้สบาย ความรวยก็คือความรวย!

(จากหนังสือ "ไขความลับสมองเงินล้าน" (Secrets of the Millionaire Mind) ของ T. Harv Eker จัดพิมพ์โดย สนพ.WeLEARN ราคา169บาท เนื้อหาที่นำมาลงไว้เป็นเนื้อหาที่ถูกตัดตอนมาแค่บางส่วนเท่านั้น ที่เหลือตลอดทั้งเล่มยังมีเนื้อหาดีๆ ให้ได้อ่านกันอีกมาก ถ้าเพื่อนๆคนไหนสนใจสามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป )





ธุรกิจ AragonWorld 54
ช่องทางสู่อิสระภาพทางการเงินและเวลา
ที่ทันสมัยที่สุด!!! ในเวลานี้...
เน็ตเวิร์คมาร์เก็ตติ้ง ที่รวม3เทรนด์แห่งศตวรรษ เป็นหนึ่งเดียว..คลิ๊ก!!!




T. Harv Eker 17 วิธีคิดสู่ความมั่งคั่ง ตอนที่3 : คนรวยทุ่มเทเพื่อความรวย คนจนแค่อยากรวย


17 วิธีคิดสู่ความมั่งคั่ง ตอนที่3 : คนรวยทุ่มเทเพื่อความรวย คนจนแค่อยากรวย

คนรวยทุ่มเทเพื่อความรวย
คนจนแค่อยากรวย


ถามคนส่วนใหญ่ดูสิว่าพวกเขาอยากรวยไหม พวกเขาจะมองหน้าคุณเหมือนเห็นคนสติไม่ดี "แน่นอน ฉันอยากรวย" พวกเขาจะตอบอย่างนี้

ทว่า ความจริงก็คือคนส่วนใหญ่ไม่ได้อยากรวยจริงๆหรอกครับ

เพราะอะไรน่ะหรือ?
เพราะพวกเขามีข้อมูลด้านลบเกี่ยวกับความร่ำรวยซ่อนอยู่ในจิตใต้สำนึก ซึ่งบอกว่าการเป็นคนรวยเป็นเรื่องที่ผิด


"ฉันจะไม่มีวันรู้เลยว่าคนอื่นชอบฉันที่ตัวฉันหรือเงินของฉัน"
"ฉันต้องเสียภาษีอานและต้องจ่ายเงินครึ่งหนึ่งของฉันให้รัฐบาล"
"ต้องทำงานหนักเกินไป"
"เสียสุขภาพแย่"
"ทุกคนคงอยากไถเงินฉัน"
"ฉันอาจถูกปล้น"
"เดี๋ยวลูกๆฉันโดนลักพาตัว"
"มันต้องรับผิดชอบมากเกินไป ฉันต้องบริหารเงินทั้งหมดนั่น ต้องทำความเข้าใจเรื่องการลงทุนให้กระจ่าง ต้องกังวลเรื่องกลยุทธ์ทางภาษีและการปกป้องทรัพย์สิน และต้องจ้างนักบัญชีกับทนายแพงๆมาช่วยดูแล เฮ้อ ยุ่งยากชะมัด"
และอีกสารพัดสารเพ...

ลองคิดแบบนี้ก็ได้ครับ สวรรค์ หรือที่เรียกอีกอย่างว่า "สิ่งศักดิ์สิทธิ์" ก็คล้ายแผนกส่งของตามสั่ง ที่ทำหน้าที่ส่งผู้คน เหตุการณ์ และสิ่งต่างๆมาให้คุณอย่างต่อเนื่อง คุณ "สั่ง" ด้วยการส่งคลื่นความคิดไปยังสวรรค์ ผ่านความเชื่อที่เด่นชัดที่สุดของคุณ ด้วยกฎแห่งแรงดึงดูด สวรรค์จะตอบตกลงและบันดาลทุกอย่างให้เป็นไปตามที่คุณต้องการ แต่ถ้าแฟ้มข้อมูลของคุณมีความสับสนปนเป สวรรค์ก็จะไม่เข้าใจว่าคุณอยากได้อะไรกันแน่

ตอนแรกเมื่อสวรรค์ได้ยินว่าคุณอยากรวย สวรรค์ก็จะเริ่มส่งโอกาสแห่งความมั่งคั่งมาให้คุณ แต่เมื่อได้ยินคุณบอกว่า "คนรวยโลภมาก" สวรรค์จะช่วยให้คุณมีเงินน้อย จากนั้นคุณก็คิดว่า "การมีเงินมากๆ จะช่วยให้ชีวิตรื่นรมย์ขึ้นเยอะเลย" และแล้วสวรรค์ที่น่าสงสาร ซึ่งทั้งสับสนและมึนงง ก็จะเริ่มส่งโอกาสทางการเงินครั้งใหม่มาให้ วันต่อมาคุณอยู่ในอารมณ์เซ็งๆ และคิดว่า "เงินไม่ได้สำคัญขนาดนั้นสักห่อย" สวรรค์ที่กำลังหงุดหงิดจึงได้แต่กรีดร้องว่า "ตัดสินใจซะทีสิ! ข้าจะให้สิ่งที่เจ้าต้องการ แค่บอกซะทีว่าจะเอาอะไรกันแน่"

เหตุผลอันดับแรกที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้สิ่งที่ต้องการก็เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร

คนรวยรู้อย่างแน่ชัดว่าตัวเองต้องการความมั่งคั่ง พวกเขาไม่โลเลไปมา พวกเขามุ่งมั่นเต็มที่ที่จะสร้างฐานะ ตราบใดที่มันถูกกฎหมาย ถูกศีลธรรม และถูกจรรยาบรรณ พวกเขาจะทำทุกอย่างที่จำเป็นต้องทำเพื่อความร่ำรวย คนรวยไม่ส่งสารอันสับสนสู่สวรรค์ มีแต่คนจนเท่านั้นที่ทำกัน

(ขณะที่คุณอ่านย่อหน้านี้ ถ้าเสียงเล็กๆในหัวคุณแย้งขึ้นทำนองว่า "คนรวยไม่สนหรอกว่าจะถูกกฎหมาย ถูกศีลธรรม และถูกจรรยาบรรณหรือเปล่า" แสดงว่าคุณทำถูกแล้วที่อ่านหนังสือเล่มนี้ คุณจะค้นพบในไม่ช้าว่าวิธีคิดแบบนั้นเป็นตัวบ่อนทำลายตนเองอย่างร้ายกาจ)

ผมรู้ว่ามันยากที่จะเชื่อ แต่คุณจะได้ในสิ่งที่คุณต้องการเสมอ...สิ่งที่จิตใต้สำนึกของคุณต้องการ ไม่ใช่สิ่งที่คุณพูดว่าต้องการ

คุณสังเกตไหมว่าความอยากไม่จำเป็นต้องนำไปสู่ "การมี" เสมอไป

ลองสังเกตอีกอย่างว่าความอยากโดยไม่ได้มันมาจะนำไปสู่ความอยากมากยิ่งขึ้น ความอยากจะกลายเป็นนิสัยและนำไปสู่ความอยากได้อยากมีอย่างไร้จุดจบ กลายเป็นวังวนที่ไม่คืบหน้าไปไหน ลองคิดดูง่ายๆก็แล้วกัน คนเป็นพันๆ ล้านอยากร่ำรวย แต่มีไม่กี่คนหรอกที่รวย

"ฉันมุ่งมั่นที่จะเป็นคนรวย"

คำจำกัดความของคำว่า มุ่งมั่น คือ "การทุ่มเทแบบไม่มียั้ง"


ซึ่งหมายถึงการลงแรงลงใจเต็มที่ ทุ่มเททุกสิ่งที่คุณมีเพื่อความมั่งคั่ง มันหมายถึการเต็มใจทำทุกอย่างที่ต้องทำด้วยเวลาทั้งหมดที่คุณมี นี่คือวิถีทางของนักรบ ไม่มีข้ออ้าง ไม่มีคำว่าถ้า ไม่มีคำว่าแต่ ไม่มีคำว่าบางที...และความล้มเหลวก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย

วิถีทางของนักรบคือ "ฉันต้องรวยหรือไม่ก็พยายามจนขาดใจตายกันไปข้างหนึ่ง"

เอาเข้าจริงคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยมุ่งมั่นที่จะเป็นคนรวย ถ้าคุณถามพวกเขาว่า "คุณจะกล้าพนันไหมว่าภายในสิบปีข้างหน้าคุณจะรวย?" คนส่วนใหญ่จะบอกว่า "ไม่มีทาง!" นั่นคือความแตกต่างระหว่างคนรวยและคนจน การไม่ยอมทุ่มเทที่จะเป็นคนรวยนั่นแหละที่ทำให้พวกเขาไม่รวยเสียที และมีแนวโน้มว่าจะไม่มีทางเป็นไปได้เลยด้วย

(เสริมนะครับ : ข้อนี้คุณตัน โออิชิ เป็นคนนึงที่กล้าประกาศตัวออกมากับเพื่อนๆตั้งแต่สมัยที่เค้ายังไม่มีอะไรเลย ทำนองว่า "อีก 10 ปีข้างหน้าเมื่อเรากลับมาเจอกัน เค้าจะต้องเป็นคนที่ร่ำรวยและประสบความสำเร็จให้ได้" จนกระทั่งในที่สุดก็กลายมาเป็น "ตัน โออิชิ" อย่างที่เรารู้จักกันค่ะ หรืออย่าง Jim Carrey สมัยที่ยังไม่ดัง ก็เขียนเช็คล่วงหน้าให้ตัวเองเป็นจำนวนเงินที่สูงมาก และประกาศว่านี่คือค่าตัวที่เค้าจะต้องได้ จากนั้นก็พกเช็คใบนั้นไว้ติดตัว จนในที่สุดทุกวันนี้เค้าก็สามารถได้ค่าตัวหลายสิบล้านดอลล่าร์ มากกว่าที่เค้าเคยเขียนไว้ซะอีก)


คนส่วนใหญ่ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จด้านการเงินมักมีข้อจำกัดว่าพวกเขาจะยอมทำแค่ไหน ยอมเสี่ยงแค่ไหน และยอมสละแค่ไหน

การเป็นคนรวยต้องอาศัยความตั้งใจ ความกล้า ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ความพยายามแบบ 100% ทัศนคติแบบไม่ยอมแพ้ และแน่นอน วิธีคิดแบบคนรวย นอกจากนี้คุณยังต้องเชื่ออย่างหมดใจว่าคุณสามารถสร้างความมั่งคั่งขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง และนั่นเป็นสิ่งที่คุณสมควรได้รับอย่างแท้จริง

หนึ่งในข้อเขียนสุดโปรดของผมเป็นของ ดับเบิ้ลยู เอช เมอร์เรย์ ซึ่งเขียนขึ้นระหว่างการสำรวจเทือกเขาหิมาลัยในครั้งแรกๆ เนื้อความส่วนหนึ่งมีดังนี้

"ชั่วขณะที่เรามุ่งมั่นทุ่มเทอย่างเต็มที่ โชคชะตาก็จะเข้าข้างเรา เหตุการณ์ต่างๆ ที่เป็นผลจากการตัดสินใจทุ่มเทจะเรียงรายเข้ามา เอื้ออำนวยปัจจัยที่ไม่สามารถคาดเดาล่วงหน้า การพบปะผู้คน และความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม ซึ่งไม่มีใครหน้าไหนเคยฝันว่ามันจะมาถึง"

สวรรค์จะช่วยเหลือคุณ นำทางคุณ สนับสนุนคุณ หรือแม้กระทั่งสร้างปาฏิหารย์ให้เกิดกับคุณ แต่ก่อนอื่น คุณต้องมีความมุ่งมั่นมากพอ

(จากหนังสือ "ไขความลับสมองเงินล้าน" (Secrets of the Millionaire Mind) ของ T. Harv Eker จัดพิมพ์โดย สนพ.WeLEARN ราคา169บาท เนื้อหาที่นำมาลงไว้เป็นเนื้อหาที่ถูกตัดตอนมาแค่บางส่วนเท่านั้น ที่เหลือตลอดทั้งเล่มยังมีเนื้อหาดีๆ ให้ได้อ่านกันอีกมาก ถ้าเพื่อนๆคนไหนสนใจสามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป)






ธุรกิจ AragonWorld 54
ช่องทางสู่อิสระภาพทางการเงินและเวลา
ที่ทันสมัยที่สุด!!! ในเวลานี้...
เน็ตเวิร์คมาร์เก็ตติ้ง ที่รวม3เทรนด์แห่งศตวรรษ เป็นหนึ่งเดียว..คลิ๊ก!!!




T. Harv Eker 17 วิธีคิดสู่ความมั่งคั่ง ตอนที่5 : คนรวยมุ่งความสนใจไปที่โอกาส คนจนมุ่งความสนใจไปที่อุปสรรค


17 วิธีคิดสู่ความมั่งคั่ง ตอนที่5 : คนรวยมุ่งความสนใจไปที่โอกาส คนจนมุ่งความสนใจไปที่อุปสรรค

คนรวยมุ่งความสนใจไปที่โอกาส
คนจนมุ่งความสนใจไปที่อุปสรรค


คนจนตัดสินใจโดยยึดติดกับความกลัว ในทุกสถานการณ์สมองของพวกเขาจะเฟ้นหาแต่ข้อผิดพลาดหรือสิ่งที่อาจกลายเป็นเรื่องผิดพลาด ความคิดหลักๆในหัวของพวกเขาคือ "แล้วถ้ามันไม่ได้ผลล่ะ?" หรือที่บ่อยครั้งกว่านั้นคือ "มันไม่ได้ผลหรอก"

ชนชั้นกลางมองโลกในแง่ดีกว่าหน่อย พวกเขาชอบคิดว่า "ฉันหวังว่ามันจะได้ผลนะ"

ส่วนคนรวย พวกเขารับผิดชอบต่อผลลัพธ์ในชีวิตของตัวเอง และทำสิ่งต่างๆ ด้วยความคิดในทำนองที่ว่า "มันต้องได้ผลแน่เพราะฉันจะทำให้มันได้ผล"

คนรวยคาดหวังความสำเร็จ พวกเขาเชื่อมั่นในความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ของตัวเอง

ยิ่งรางวัลตอบแทนมีค่ามากเท่าไหร่ คุณก็ต้องยอมเสี่ยงมากขึ้นเท่านั้น เนื่องจากคนรวยมองเห็นโอกาสตลอดเวลา พวกเขาจึงเต็มใจที่จะเสี่ยง

คนรวยเชื่อว่าถ้าเกิดเรื่องเลวร้ายจนกระทั่งย่ำแย่ถึงขีดสุด พวกเขาก็มีวิธีหาเงินกลับคืนมาได้เสมอ

ในทางกลับกันคนจนคาดหวังแต่ความล้มเหลว พวกเขาขาดความเชื่อมั่นในตัวเองและความสามารถของพวกเขา คนจนเชื่อว่าถ้าสิ่งต่างๆ ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด นั่นหมายถึงหายนะ และเนื่องจากพวกเขามักมองเห็นแต่อุปสรรค พวกเขาจึงมักไม่ยอมเสี่ยง และเมื่อไม่ยอมเสี่ยง พวกเขาก็ไม่ได้รับรางวัลตอบแทน

แม้คนจนจะอ้างว่าตนเองกำลังเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับโอกาส สิ่งที่พวกเขาทำจริงๆก็คือ การนั่งเฉย พวกเขากลัวจนหัวหด เอาแต่กระแอมไอ จนกระทั่งเวลาผ่านไปเป็นปีๆ และเมื่อถึงเวลานั้น โอกาสก็หายสาบสูญไปแล้ว

ประเด็นก็คือ ไม่มีทางที่โชค...หรือสิ่งอื่นใดที่มีค่า...จะมาถึงตัวคุณได้เลยถ้าคุณไม่ลงมือทำการใดๆ หากต้องการความสำเร็จทางการเงิน คุณต้องทำอะไรบางอย่าง

กุญแจสำคัญอีกอย่างคือ คนรวยให้ความสนใจกับสิ่งที่พวกเขาต้องการ ส่วนคนจนให้ความสนใจกับสิ่งที่พวกเขาไม่ต้องการอีกเช่นเคย

กฎครอบจักรวาลระบุว่า "สิ่งที่คุณให้ความสนใจจะยิ่งเพิ่มขยายผล"

เพราะคนรวยให้ความสนใจกับโอกาสในทุกสถานการณ์ พวกเขาจึงได้รับโอกาสมากมาย ตรงข้ามกับคนจน เพราะคนจนให้ความสนใจกับอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้นจากการทำสิ่งใดก็ตาม พวกเขาจึงได้รับแต่อุปสรรค

จงให้ความสนใจกับโอกาส แล้วคุณก็จะได้รับโอกาส

ชีวิตคุณไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเพียงอย่างเดียว คุณไม่ควรใช้เวลาทั้งชีวิตเฝ้าดับไฟ คนที่ทำอย่างนั้นคือคนที่ก้าวถอยหลัง! คุณควรใช้เวลาและพลังที่มีไปกับการคิดและลงมือทำ ก้าวอย่างมั่นคงไปข้างหน้า ไปสู่เป้าหมายของคุณ

ถ้าคุณอยากรวยจงมุ่งความสนใจไปที่การหาเงิน การเก็บเงิน และการลงทุน ถ้าคุณอยากจน จงมุ่งความสนใจไปที่การใช้เงิน

มันเป็นเรื่องเหลวไหลถ้าจะคิดว่าคุณสามารถล่วงรู้ทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นในอนาคต มันเป็นเรื่องหลอกลวงถ้าจะเชื่อว่าคุณสามารถเตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในภายหน้าและป้องกันตนเองได้ คุณรู้ไหมว่าในจักรวาลนี้ไม่มีเส้นตรง? ชีวิตก็ย่อมไม่ได้ดำเนินไปตามเส้นที่ตรงสุดๆเช่นเดียวกัน มันเคลื่อนที่ไปเหมือนสายน้ำที่คดเคี้ยว บ่อยครั้ง คุณสามารถเห็นได้เพียงหัวโค้งข้างหน้า และเมื่อคุณไปถึงหัวโค้งนั้นแล้วนั่นแหละ คุณจึงจะเห็นทางโค้งอื่นๆ ที่ทอดรออยู่

ผมมีคำขวัญประจำใจว่า "การลงมือทำดีกว่าการไม่ลงมือทำ"


คนรวยกล้าเริ่มต้น พวกเขาเชื่อว่าเมื่อพวกเขาร่วมเล่นเกมแล้ว พวกเขาจะสามารถใช้ไหวพริบตัดสินใจได้ในทุกขณะ พร้อมทั้งแก้ไขถูกผิด และปรับหางเสือขณะแล่นเรือไปตามทาง

คนจนไม่เชื่อมั่นในตัวเองหรือความสามารถของตน ดังนั้นพวกเขาจึงคิดว่าจะต้องรู้ทุกๆอย่างล่วงหน้า ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ขณะเดียวกัน พวกเขาก็ไม่ยอมเปิดฉากลุยเสียที!

คนจนเอาแต่บอกตัวเองว่า "ฉันจะไม่ทำอะไรทั้งนั้นจนกว่าจะรู้ถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ทั้งหมด และรู้อย่างแน่ชัดว่าจะแก้ปัญหาเหล่านั้นได้อย่างไร" ดังนั้น พวกเขาจึงไม่มีทางลงมือทำอะไร และกลายเป็นฝ่ายแพ้เสมอ

คนรวยมองเห็นโอกาส กระโจนใส่มัน และร่ำรวยยิ่งขึ้น แล้วคนจนล่ะ มัวทำอะไรอยู่? พวกเขาก็ยัง "เตรียมตัว" อยู่น่ะสิ!

(จากหนังสือ "ไขความลับสมองเงินล้าน" (Secrets of the Millionaire Mind) ของ T. Harv Eker จัดพิมพ์โดย สนพ.WeLEARN ราคา169บาท เนื้อหาที่นำมาลงไว้เป็นเนื้อหาที่ถูกตัดตอนมาแค่บางส่วนเท่านั้น ที่เหลือตลอดทั้งเล่มยังมีเนื้อหาดีๆ ให้ได้อ่านกันอีกมาก ถ้าเพื่อนๆคนไหนสนใจสามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป)





ธุรกิจ AragonWorld 54
ช่องทางสู่อิสระภาพทางการเงินและเวลา
ที่ทันสมัยที่สุด!!! ในเวลานี้...
เน็ตเวิร์คมาร์เก็ตติ้ง ที่รวม3เทรนด์แห่งศตวรรษ เป็นหนึ่งเดียว..คลิ๊ก!!!




T. Harv Eker 17 วิธีคิดสู่ความมั่งคั่ง ตอนที่6 : คนรวยชื่นชมผู้ร่ำรวย คนจนชิงชังผู้ร่ำรวย


17 วิธีคิดสู่ความมั่งคั่ง ตอนที่6 : คนรวยชื่นชมผู้ร่ำรวย คนจนชิงชังผู้ร่ำรวย

คนรวยชื่นชมผู้ร่ำรวยและประสบความสำเร็จคนอื่นๆ
คนจนชิงชังผู้ร่ำรวยและประสบความสำเร็จ


คุณต้องตระหนักว่า ถ้าคุณเห็นคนรวยเป็นคนเลวไม่ว่าจะในเรื่องใด ด้านใด หรือรูปแบบใดก็ตาม และคุณอยากจะเป็นคนดี คุณก็ไม่มีทางร่ำรวยได้หรอก มันเป็นไปไม่ได้ คุณจะเป็นในสิ่งที่คุณจงเกลียดจงชังได้อย่างไร?

ความขุ่นเคืองและความโกรธแค้นที่คนจนหลายคนมีต่อคนรวยช่างรุนแรงจนน่าแปลกใจ ดูราวกับพวกเขาเชื่อว่าคนรวยเป็นตัวการที่ทำให้พวกเขายากจน "ใช่เลยถูกต้องที่สุด คนรวยกอบโกยเงินไปหมด มันก็เลยไม่มีเหลือตกมาถึงฉัน" แน่ล่ะ นี่มันบทพูดของพวกสวมบทผู้ถูกกระทำชัดๆ

ความคิดและความเห็นไม่มีดีหรือเลว ไม่มีถูกหรือผิดหรอกเมื่อมันผุดขึ้นในหัวคุณ แต่มันสามารถส่งเสริมหรือบั่นทอพลังที่จะนำคุณไปสู่ความสุขและความสำเร็จได้

คุณรวยได้โดยไม่ต้องเป็นคนที่สมบูรณ์แบบ เพียงแต่คุณต้องรู้เท่าทันเมื่อความคิดของคุณเริ่มไม่เสริมพลังให้กับตัวเองหรือคนอื่น แล้วรีบปรับความคิดให้เป็นไปในแง่บวกมากขึ้น


นี่เป็นส่วนหนึ่งของหนังสือ Acres of Dismonds ของ รัสเซล เอช คอนเวลล์ ซึ่งเขียนขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีแล้ว

"ในการเทศนานั้นพวกเราสอนให้ทุกคนต่อต้านความโลภ...และเรียกสิ่งนั้นว่า "เงินสกปรก" กันอย่างติดปาก จนชาวคริสเตียนเข้าใจว่า การมีเงินเป็นเรื่องเลวร้ายไม่ว่าจะสำหรับใครหน้าไหนก็ตาม

แต่แท้จริงแล้วเงินคืออำนาจ และคุณควรมีความทะเยอทะยานในระดับที่เหมาะสมเพื่อให้ได้มันมาครอบครอง

คุณควรมีเงิน เพราะถ้ามีเงิน คุณสามารถสร้างสรรค์ความดีได้มากกว่าถ้าคุณไม่มีเงิน เงินใช้พิมพ์ไบเบิ้ล เงินใช้สร้างโบสถ์ เงินใช้ส่งนักสอนศาสนาไปยังที่ต่างๆ และจ่ายเงินเดือนให้นักเทศน์...ดังนั้นผมขอยืนยันว่า คุณควรมีเงิน

ถ้าคุณสามารถสร้างฐานะอันมั่งคั่งได้ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต...นั่นย่อมหมายถึงพระผู้เป็นเจ้าได้มอบหมายหน้าที่นี้ให้แก่คุณ ผู้ที่เคร่งศาสนามีความเชื่อที่ผิดมหันต์ที่คิดว่า คุณจะต้องยากจนข้นแค้น คุณจึงจะได้ชื่อว่าเป็นคนดีมีศีลธรรม"

หนึ่งในปรัชญาที่เป็นแนวทางในการใช้ชีวิตของผมมาจากสุภาษิตฮูน่าโบราณ ซึ่งเป็นคำสอนดั้งเดิมของผู้เฒ่าชาวฮาวายนั่นคือ "จงสรรเสริญในสิ่งที่คุณต้องการ"

(จากหนังสือ "ไขความลับสมองเงินล้าน" (Secrets of the Millionaire Mind) ของ T. Harv Eker จัดพิมพ์โดย สนพ.WeLEARN ราคา169บาท เนื้อหาที่นำมาลงไว้เป็นเนื้อหาที่ถูกตัดตอนมาแค่บางส่วนเท่านั้น ที่เหลือตลอดทั้งเล่มยังมีเนื้อหาดีๆ ให้ได้อ่านกันอีกมาก ถ้าเพื่อนๆคนไหนสนใจสามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป )




ธุรกิจ AragonWorld 54
ช่องทางสู่อิสระภาพทางการเงินและเวลา
ที่ทันสมัยที่สุด!!! ในเวลานี้...
เน็ตเวิร์คมาร์เก็ตติ้ง ที่รวม3เทรนด์แห่งศตวรรษ เป็นหนึ่งเดียว..คลิ๊ก!!!





T. Harv Eker 17 วิธีคิดสู่ความมั่งคั่ง ตอนที่7 : คนรวยคบหาสมาคมกับคนที่มองโลกในแง่ดีและประสบความสำเร็จ


17 วิธีคิดสู่ความมั่งคั่ง ตอนที่7 : คนรวยคบหาสมาคมกับคนที่มองโลกในแง่ดีและประสบความสำเร็จ

คนรวยคบหาสมาคมกับคนที่มองโลกในแง่ดีและประสบความสำเร็จ
คนจนขลุกอยู่กับคนที่มองโลกในแง่ร้ายหรือไม่ประสบความสำเร็จ


คนที่ประสบความสำเร็จจะมองความสำเร็จของผู้อื่นเป็นเครื่องสร้างกำลังใจให้ตัวเอง เป็นต้นแบบในการเรียนรู้

พวกเขาจะบอกตัวเองว่า "ถ้าพวกเขาทำได้ ฉันก็ทำได้"

คนรวยรู้สึกขอบคุณที่คนอื่นๆ ประสบความสำเร็จล่วงหน้าไปก่อน เพราะพวกเขาจะได้มีแผนที่ไว้สำหรับเดินตามรอยทางสู่ความสำเร็จ ซึ่งง่ายกว่าการที่พวกเขาต้องลองผิดลองถูกเองทั้งหมด หลักการที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าได้ผลพร้อมให้ทุกคนหยิบไปประยุกต์ใช้กับตัวเองแล้ว

ตรงกันข้ามกับคนรวย เมื่อคนจนได้ยินเรื่องราวความสำเร็จของคนอื่น พวกเขามักตัดสิน วิพากษ์วิจารณ์ ล้อเลียน และพยายามดึงคนเหล่านั้นลงมาอยู่ในระดับเดียวกัน คุณรู้จักคนประเภทนี้บ้างไหม?

แทบทุกคนถามคำถามเดียวกัน "ถ้าคนใกล้ชิดของเราไม่ยอมพัฒนาตัวเองแถมยังฉุดเราให้ต่ำลงด้วยล่ะ?"

คำตอบที่ผมมอบให้ประการแรกคือ อย่าเสียเวลาชักจูงคนที่มองโลกในแง่ร้ายให้เปลี่ยนแปลงตนเองหรือชวนเขามาร่วมสัมมนาด้วย

มันไม่ใช่หน้าที่ของคุณ หน้าที่ของคุณคือการใช้สิ่งที่คุณได้เรียนรู้มาปรับปรุงตัวเองและชีวิตคุณให้ดีขึ้น จงทำตัวเป็นแบบอย่าง จงประสบความสำเร็จและมีความสุข...บางที...ผมขอย้ำว่าบางที...เขาอาจเห็นแสงสว่าง (ในตัวคุณ) และต้องการมันบ้าง

ข้อสอง ผมอยากให้คุณจำหลักการสำคัญอีกข้อหนึ่งให้ขึ้นใจ "ทุกอย่างเกิดขึ้นด้วยเหตุผลอย่างใดอย่างหนึ่ง และเหตุผลนั้นก็มีไว้เพื่อสนับสนุนฉัน"

ใช่ มันยากมากที่จะคิดอะไรในแง่ดีและมีสติเมื่อถูกรายล้อมด้วยผู้คนที่คิดไม่ดีและสถานการณ์อันเลวร้าย แต่นั่นคือบททดสอบ!

เหมือนเหล็กที่ย่อมกล้าแกร่งขึ้นเมื่อผ่านเปลวไฟ ถ้าคุณจริงจังกับจุดมุ่งหมายขณะที่คนรอบตัวเฝ้าแต่กังขาหรือแม้กระทั่งส่งเสียงคัดค้าน คุณก็จะยิ่งก้าวไปได้อย่างรวดเร็วและแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น

"ไม่มีสิ่งใดมีความหมายนอกจากความหมายที่เรามอบให้มันเอง"


ในความคิดของผม โลกนี้มีคนกว่าหกพันสามร้อยล้านคน แล้วเรื่องอะไรผมจะต้องมานั่งจมปลักกับคนที่คอยบั่นทอนกำลังของผมอยู่ตลอดเวลา ถ้าพวกเขาไม่ฉุดตัวเองขึ้นมา ผมก็ขอก้าวต่อไป!

"สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าคุณรู้อะไร แต่อยู่ที่คุณรู้จักใครต่างหาก" ดังนั้นผมขอบอกคุณไว้เลยว่า "ถ้าคุณอยากจะบินกับฝูงอินทรี อย่าไปว่ายน้ำกับฝูงเป็ด!"

คนรวยชอบคบหากับผู้ชนะ คนจนคลุกคลีกับผู้แพ้ ทำไม? มันเป็นเรื่องของความสบายใจ คนรวยสบายใจที่ได้คบหากับผู้ที่ประสบความสำเร็จคนอื่นๆ พวกเขารู้สึกว่าเวลาที่ได้อยู่ร่วมกันมีคุณค่า คนจนจะรู้สึกอึดอัดเมื่ออยู่ใกล้ผู้ประสบความสำเร็จมากๆ พวกเขากลัวว่าจะไม่เป็นที่ยอมรับหรือไม่ก็รู้สึกว่าตัวเองอยู่ผิดที่ผิดทาง ดังนั้น เพื่อปกป้องตัวเอง ตัวตนของพวกเขาจึงเลือกที่จะตัดสินและวิพากษ์วิจารณ์ผู้ที่ประสบความสำเร็จคนอื่นๆ

ถ้าคุณอยากร่ำรวย คุณต้องปรับปรุงแผนผังการเงินภายในหัวคุณให้เชื่อออกมาจากสุดขั้วหัวใจว่า คุณเองก็มีดีไม่น้อยไปกว่าเศรษฐีเงินล้านพวกนั้นเลย


แทนที่จะเย้ยหยันคนรวย จงเอาพวกเขาเป็นแบบอย่าง แทนที่จะหลบหน้าจากคนรวย จงเข้าไปทำความรู้จัก

จงพูดว่า "ถ้าพวกเขาทำได้ ฉันก็ทำได้"


(จากหนังสือ "ไขความลับสมองเงินล้าน" (Secrets of the Millionaire Mind) ของ T. Harv Eker จัดพิมพ์โดย สนพ.WeLEARN ราคา169บาท เนื้อหาที่นำมาลงไว้เป็นเนื้อหาที่ถูกตัดตอนมาแค่บางส่วนเท่านั้น ที่เหลือตลอดทั้งเล่มยังมีเนื้อหาดีๆ ให้ได้อ่านกันอีกมาก ถ้าเพื่อนๆคนไหนสนใจสามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป )




ธุรกิจ AragonWorld 54
ช่องทางสู่อิสระภาพทางการเงินและเวลา
ที่ทันสมัยที่สุด!!! ในเวลานี้...
เน็ตเวิร์คมาร์เก็ตติ้ง ที่รวม3เทรนด์แห่งศตวรรษ เป็นหนึ่งเดียว..คลิ๊ก!!!